การคำนวณหาค่าหน่วยแรงเฉือน ตามแนวยาวเพื่อนำมาใช้ในการออก แบบหน้าตัดเชิงประกอบ

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน

กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ

 

ตามที่ผมได้แจ้งไปในโพสต์ครั้งที่แล้วว่าในวันนี้ผมจะขออนุญาตนำเอาตัวอย่างในการคำนวณเกี่ยวกับเรื่องหน่วยแรงเฉือนตามแนวยาว หรือ SHEAR FLOW เพื่อเป็นการทำความเข้าใจให้เห็นภาพแก่น้องวิศวกรท่านนี้รวมถึงเพื่อนๆ ทุกคนได้รับทราบรับชมกันต่อนะครับ

ก่อนอื่นผมไม่ทราบจริงๆ ว่าขนาดของหน้าตัดเหล็กตัว C-LIGHT LIP ที่น้องนำมาให้ผมดูในรูปนี้มีขนาดเท่าใด ดังนั้นผมจึงจะขออนุญาตทำการสมมติปัญหาขึ้นมาใช้เป็นตัวอย่างก็แล้วกันดังนี้ครับ

 

ผมตั้งใจจะทำโครงสร้างคาน โดยที่ผมตั้งใจจะใช้หน้าตัดเหล็กเป็นหน้าตัดตัว C-LIGHT LIP แบบประกบคู่ซึ่งมีขนาด LC-150x75x25x4.5mm ทั้งนี้คานๆ นี้จะมีความยาวของช่วงพาดเท่ากับ 4.00 M โดยที่คานๆ นี้จะต้องทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักแบบแผ่กระจายตัวแบบสม่ำเสมอมีค่าเท่ากับ 800 KGF/M หากผมกำหนดให้ใช้ธูปเชื่อมเกรด E60 ซึ่งจะมีขนาดของขาเชื่อมเท่ากับ 4 MM จงทำการคำนวณตรวจสอบดูว่าหากว่าผมทำการกำหนดให้ระยะความยาวของรอยเชื่อมเท่ากับ 10 CM ในทุกๆ ระยะห่างกันไม่เกิน 50 CM จะเป็นการเพียงพอหรือไม่ ?

 

ก่อนอื่นผมต้องขอให้เพื่อนๆ ดูรูปประกอบก่อน จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วหน้าตัดตัว C-LIGHT LIP นั้นจะเป็นดังรูปซ้ายมือ ซึ่งจะมีส่วนเว้าส่วนโค้งภายในหน้าตัดค่อนข้างเยอะซึ่งก็อาจจะทำการคำนวณได้ยากสักหน่อยแต่ทั้งนี้เพื่อให้การคำนวณนั้นเป็นไปได้ด้วยความง่ายดายผมจึงทำการตัดเอาส่วนโค้งส่วนเว้าที่มีออกและใส่เป็นหน้าตัดเหลี่ยมๆ แทนซึ่งก็จะเป็นไปตามรูปทางด้านขวามือ ทั้งนี้ก็จะเป็นการช่วยทำให้การคำนวณนั้นมีความง่ายดายมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นเราจะต้องทำการคำนวณหาค่าแรงเฉือนตามแนวยาวค่าสูงสุดออกมาว่าจะมีค่าเท่ากับเท่าใด หลังจากนั้นก็ค่อยทำการออกแบบรอยเชื่อมเพื่อให้รอยเชื่อมดังกล่าวนี้ทำหน้าที่ในการรับแรงเฉือนตามแนวยาวที่เกิดเพื่อทำให้ทั้งสองชิ้นส่วนนี้รับแรงไปได้พร้อมๆ กันตามสมมติฐานที่ได้ทำการออกแบบเอาไว้ครับ

 

ผมขอเริ่มต้นการคำนวณด้วยค่าคุณสมบัติของรอยเชื่อมก่อนเลยก็แล้วกัน นั่นก็คือเมื่อใช้ธูปเชื่อมเกรด E60 ซึ่งจะมีขนาดของขาเชื่อมเท่ากับ 4 MM โดยที่ลักษณะของการเชื่อมนั้นจะมีรูปทรงเป็นสามเหลี่ยมและเพื่อเป็นการทำให้รอยเชื่อมนั้นมีค่า SAFETY FACTOR สูงสุดผมจึงจะทำการกำหนดให้รอยเชื่อมนั้นเป็นแบบ FILLET WELD โดยที่จะทำการเชื่อมที่ทั้งขอบบนและขอบล่างของหน้าตัดด้วย ดังนั้นกำลังของรอยเชื่อมจึงมีค่าเท่ากับ

Pw = 2 x 0.3 x 4200 x 0.707 x 4 / 10

Pw = 712.656 KGF / CM

จากนั้นผมก็จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างง่ายๆ เลยนั่นก็คือ ผมจะทำการวิเคราะห์และคำนวณหาค่าแรงเฉือนสูงสุดที่จะมีโอกาสเกิดขึ้นบนคาน ซึ่งก็จะมีค่าเท่ากับ

V = W x L / 2

V = 800 x 4 / 2

V = 1600 KGF

ผมจะขอกล่าวถึงค่าคุณสมบัติของหน้าตัดเหล็ก LC-150x75x25x4.5mm กันบ้าง โดยที่คุณสมบัติดังกล่าวนี้จะเป็นของหน้าตัดเพียงแค่ 1 หน้าตัดเท่านั้น ยังไม่ได้ทำการประกบคู่แต่อย่างใดนะครับ

Ag = 14.42 CM^(2)

Ix = 501 CM^(4)

Sx = 66.9 CM^(3)

พอผมทำการใช้รูปอย่างง่ายเราจึงสามารถที่จะทำการแบ่งออกเป็นรูปเล็กๆ ได้ 3 รูปหลักๆ ซึ่งก็จะสามารถทำการคำนวณหาค่าคุณสมบัติของหน้าตัดได้ง่ายๆ โดยการคำนวณดังต่อไปนี้ครับ

คุณสมบัติของรูปที่ 1

A1 = 2 x 4.5 / 10 x 150 / ( 2 x 10 )

A1 = 6.750 CM^(2)

หากอ้างอิงจากตำแหน่ง O หรือแกนสะเทินของหน้าตัดค่า Y1 ของชิ้นที่ 1 ก็จะมีค่าเท่ากับ

Y1 = ( 150 – 75 ) / ( 2 x 10 )

Y1 = 3.75 CM

คุณสมบัติของรูปที่ 2

A2 = 2 x 4.5 / 10 x ( 75 – 4.5 x 2 ) / 10

A2 = 5.940 CM^(2)

หากอ้างอิงจากตำแหน่ง O หรือแกนสะเทินของหน้าตัดค่า Y2 ของชิ้นที่ 2 ก็จะมีค่าเท่ากับ

Y2 = ( 150 – 4.5 ) / ( 2 x 10 )

Y2 = 7.275 CM

คุณสมบัติของรูปที่ 3

A3 = 2 x 4.5 / 10 x 25 / 10

A3 = 2.250 CM^(2)

หากอ้างอิงจากตำแหน่ง O หรือแกนสะเทินของหน้าตัดค่า Y3 ของชิ้นที่ 3 ก็จะมีค่าเท่ากับ

Y3 = ( 150 – 12.5 ) / ( 2 x 10 )

Y3 = 6.875 CM

ซึ่งจะทำให้พื้นที่ๆ แรเงาทั้งหมดนั้นมีค่าเท่ากับ

A = A1 + A2 + A3

A = 6.750 + 5.940 + 2.250

A = 14.940 CM^(2)

สุดท้ายหากอ้างอิงจากตำแหน่ง O หรือค่าแกนสะเทินของหน้าตัดใหญ่ค่า Y ก็จึงมีค่าเท่ากับ

Y = ∑Ai x Yi / A

Y = ( A1 x Y1 + A2 x Y2 + A3 x Y3 ) / A

Y = ( 6.750 x 3.750 + 5.940 x 7.275 + 2.250 x 6.875 ) / 14.940

Y = 5.622 CM

ดังนั้นเราจะสามารถทำการคำนวณหาค่าโมเมนต์ของพื้นที่อยู่เหนือหรือใต้แนวที่ต้องการจะทำการคำนวณหาค่าหน่วยแรงเฉือนรอบแกนสะเทิน หรือค่า Q ซึ่งจะมีค่าเท่ากับ

Q = A x Y

Q = 14.940 x 5.622

Q = 83.993 CM^(3)

ส่วนค่าโมเมนต์ความเฉื่อย หรือค่า I ของหน้าตัดใหญ่ก็คือ 2 เท่าของค่าจากหน้าตัดเหล็ก LC-150x75x25x4.5mm ซึ่งก็จะมีค่าเท่ากับ

I = 2 x 501

I = 1002 CM^(4)

ดังนั้นเราก็จะนำเอาค่าทั้งหมดข้างต้นนี้ไปแทนค่าลงในสมการในการคำนวณหาค่าที่มากที่สุดของหน่วยแรงเฉือนตามแนวยาวต่อ 1 หน่วยความยาว หรือค่า q ได้เท่ากับ

q = V x Q / I

q = 1600 x 83.993 / 1002

q = 134.121 KGF / CM < Pw = 712.656 KGF / CM <OK>

หากเพื่อนๆ ทำการเปรียบเทียบระหว่างค่า Pw กับค่า q ก็จะพบว่าค่า Pw นั้นมีค่าที่สูงกว่าค่า q ค่อนข้างมากเลย นั่นก็แสดงว่าค่ากำลังของการเชื่อมจะมากกว่าค่าแรงเฉือนที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่เราจะต้องทำการเชื่อมตลอดทั้งความยาวของคานเพราะฉะนั้นหากทำการเปรียบเทียบออกมาที่ความยาวของคานเท่ากับ 1 เมตร เราจะต้องการความยาวของรอยเชื่อมไม่น้อยไปกว่า

Lw = 134.121 x 100 / 712.656

Lw = 18.82 CM / 1 M

Lw ≈ 19 CM / 1 M

ดังนั้นหากผมได้ทำการกำหนดให้ระยะความยาวของรอยเชื่อมเท่ากับ 10 CM ทุกๆ ระยะห่างกันไม่เกิน 50 CM ดังนั้นในทุกๆ 100 CM หรือ 1.00 M ก็จะมีความยาวของรอยเชื่อมเท่ากับ

Lwpm = 10 x 2

Lwpm = 20 CM / 1 M > Lw = 19 CM / 1 M <OK>

เพียงเท่านี้ก็จะส่งผลทำให้ค่าแรงเฉือนที่จะถูกรับไปโดยรอยเชื่อมนั้นจะครอบคลุมค่าแรงเฉือนสูงสุดตามแนวขวางที่จะเกิดขึ้นภายในหน้าตัดแล้วนั่นเองครับผม

 

สรุปอีกสักหนึ่งรอบก็แล้วกัน หากว่าหน้าตัดชิ้นส่วนโครงสร้างที่เรานำมาใช้ในการรับกำลังน้ำหนักในแนวดิ่งนั้นไม่ได้มีความเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์ หรือ HOMOGENEOUS ซึ่งเป็นการนำเอาชิ้นส่วนหน้าตัดโครงสร้างเหล็ก 2 ชิ้น มาประกบรวมเข้าด้วยกันเพื่อให้ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างคานจำนวน 1 ชิ้น เราจำเป็นจะต้องทราบว่า รอยต่อระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำมาประกอบกันนั้นจะมีค่าของหน่วยแรงเฉือนตามแนวยาวที่มีค่ามากที่สุดเท่ากับเท่าใด จากนั้นก็ต้องทำการออกแบบให้วัสดุที่จะนำมาใช้ประสานระหว่างหน้าตัดนั้นๆ ให้มีกำลังเพียงพอในการรับหน่วยแรงเฉือนตามแนวยาวดังกล่าวให้ได้ โดยตัวอย่างของวัสดุที่จะนำมาใช้ประสานระหว่างหน้าตัดก็อย่างเช่น กาว ตะปู รอยเชื่อม สลักเกลียว เป็นต้นนะครับ

 

ซึ่งหลักในการคำนวณแบบตรงไปตรงมาเลยก็คือ ทำการคำนวณหาค่าแรงเฉือนตามแนวขวางที่ชิ้นส่วนโครงสร้างคานนั้นๆ จะต้องทำหน้าที่แบกรับ หรือค่า V จากนั้นก็ต้องทำการคำนวณหาค่าโมเมนต์ของพื้นที่อยู่เหนือหรือใต้แนวที่ต้องการจะทำการคำนวณหาค่าหน่วยแรงเฉือนรอบแกนสะเทิน หรือค่า Q ซึ่งจะเป็นคุณสมบัติหนึ่งของหน้าตัดที่จะสามารถทำการคำนวณออกมาได้อย่างตรงไปตรงมา จากนั้นก็ทำการคำนวณหาค่าโมเมนต์ความเฉื่อย หรือค่า I พอทำการคำนวณหาทั้ง 3 ค่า ข้างต้นนี้เสร็จก็นำไปแทนค่าลงในสมการในการคำนวณหาค่าของหน่วยแรงเฉือนตามแนวยาวต่อ 1 หน่วยความยาว หรือค่า q ทั้งนี้สมการดังกล่าวก็คือ

q = V x Q / I

 

ทั้งนี้ค่า q ในสมการข้างต้นนั้นจะมีหน่วยเป็น แรง ต่อ ความยาว ทั้งนี้ก็เพื่อที่เราจะได้ทราบและนำเอาไปทำการออกแบบวิธีการ รวมถึงวัสดุต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการประสานระหว่างหน้าตัดของชิ้นส่วนโครงสร้างนั้นๆ ให้มีกำลังเพียงพอในการรับหน่วยแรงเฉือนตามแนวยาวดังกล่าวให้ได้นั่นเองครับ

 

เอาเป็นว่าในครั้งต่อไปที่เราจะกลับมาพบกัน ผมก็จะขออนุญาตนำเอาตัวอย่างในการคำนวณเกี่ยวกับเรื่องๆ นี้มาทำการอธิบายให้น้องวิศวกรท่านนี้รวมถึงเพื่อนๆ ทุกคนได้รับทราบรับชมกันโพสต์สุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องๆ นี้ หากว่าเพื่อนๆ ท่านใดที่มีความสนใจในบทความๆ นี้เป็นพิเศษก็สามารถที่จะติดตามอ่านกันได้ในสัปดาห์หน้านะครับ

 

ผมคาดหวังไว้ว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านจะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อยและจนกว่าเราจะกลับมาพบกันใหม่นะครับ

#โพสต์ของวันพุธ

#ความรู้เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง

#ตอบคำถามเกี่ยวกับการคำนวณหาค่าหน่วยแรงเฉือนตามแนวยาวเพื่อนำมาใช้ในการออกแบบหน้าตัดเชิงประกอบ

#ตอนที่2

ADMIN JAMES DEAN


บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปัน ไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving Service และได้รับการรับรอง ISO 9001:2015 ของระบบ UKAS และ NAC รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐานในกระบวนการ การออกแบบเสาเข็มสปันไมโครไพล์ การผลิตเสาเข็มสปันไมโครไพล์ และบริการตอกเสาเข็มเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Design and Manufacturing of Spun Micropile/Micropile and Pile Driving Service) Certified by SGS (Thailand) Ltd.

บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด คือผู้ผลิตรายแรกและรายเดียวในไทย ที่ได้รับการรับรองคุณภาพ Endoresed Brand จาก SCG ด้านการผลิตเสาเข็ม สปันไมโครไพล์ และได้รับเครื่องหมาย มาตรฐาน อุตสาหกรรม มอก. 397-2524 เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile พร้อมรับประกันผลงาน และความเสียหายที่เกิดจากการติดตั้ง 7+ Year Warranty เสาเข็มมีรูกลมกลวงตรงกลาง การระบายดินทำได้ดี เมื่อตอกแล้วแรงสั่นสะเทือนน้อยมาก จึงไม่กระทบโครงสร้างเดิม หรือพื้นที่ข้างเคียง ไม่ต้องขนดินทิ้ง ตอกถึงชั้นดินดานได้ ด้วยเสาเข็มคุณภาพมาตรฐาน มอก. การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จากประเทศเยอรมัน เสาเข็มสามารถทำงานในที่แคบได้ หน้างานสะอาด ไม่มีดินโคลน เสาเข็มสามารถรับน้ำหนักปลอดภัยได้ 15-50 ตัน/ต้น ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มและสภาพชั้นดิน แต่ละพื้นที่ ทดสอบโดย Dynamic Load Test ด้วยคุณภาพและการบริการที่ได้มาตรฐาน เสาเข็มเราจึงเป็นที่นิยมในงานต่อเติม

รายการเสาเข็มภูมิสยาม

1. สี่เหลี่ยม S18x18 cm.

รับน้ำหนัก 15-20 ตัน/ต้น

2. กลม Dia 21 cm.

รับน้ำหนัก 20-25 ตัน/ต้น

3. กลม Dia 25 cm.

รับน้ำหนัก 25-35 ตัน/ต้น

4. กลม Dia 30 cm.

รับน้ำหนัก 30-50 ตัน/ต้น

(การรับน้ำหนักขึ้นอยู่กับสภาพชั้นดินในแต่ละพื้นที่)

☎ สายด่วนภูมิสยาม:
082-790-1447
082-790-1448
082-790-1449
091-947-8945
081-634-6586

🌎 Web:
bhumisiam.com
micro-pile.com
spun-micropile.com
microspunpile.com
bhumisiammicropile.com